เคยได้ยินหมอพูดคำว่า 'สายให้อาหาร' หรือ 'ให้น้ำเกลือ' ไหม? เราเพิ่งเข้าใจจริงๆ ตอนที่คนในครอบครัวต้องผ่าตัดใหญ่เมื่อไม่นานมานี้ และนี่คือเรื่องที่ช็อกมาก: ถ้าเลือกวิธีผิดไปนานๆ มันทำลายร่างกายได้เลย วันนี้จะมาเล่าแบบตรงๆ ว่าสองวิธีนี้ต่างกันยังไง
สายให้อาหาร vs ให้น้ำเกลือ ต่างกันยังไง?
ก่อนอื่น หลายคนไม่รู้เรื่องนี้เลย ทั้งสองวิธีให้สารอาหารแก่ร่างกาย แต่เส้นทาง ราคา และภาวะแทรกซ้อนต่างกันสุดๆ หมอจะเลือกวิธีที่เหมาะสมตามอาการคนไข้
สายให้อาหาร พูดง่ายๆ คือให้สารอาหารเข้าสู่ทางเดินอาหารผ่านจมูกหรือปาก ส่วนการให้น้ำเกลือคือให้สารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงผ่านสายน้ำเกลือ สายให้อาหารจะถูกดูดซึมหลังย่อย ส่วนน้ำเกลือข้ามการย่อยเข้าเลือดเลย
ข้อดีข้อเสียของสองวิธีนี้
สายให้อาหารให้สารอาหารที่สมดุลและครบถ้วนกว่า ส่วนน้ำเกลือให้สารอาหารได้จำกัดกว่า อีกอย่าง สายให้อาหารใช้ต่อเนื่องระยะยาวได้ แต่น้ำเกลือใช้ได้ดีแค่ระยะสั้น
นี่คือเรื่องใหญ่! ใช้สายให้อาหารระยะยาวช่วย улучสุขภาพและลำไส้ เสริมภูมิต้านทานและปรับระบบร่างกาย แต่ใช้น้ำเกลือระยะยาวทำลายลำไส้และระบบร่างกายพัง ครอบครัวเราหมอ emphasize ว่า 'ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกสายให้อาหารก่อน' ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไม
ราคา ภาวะแทรกซ้อน และความปลอดภัย?
สายให้อาหารถูกกว่า ภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า และปลอดภัยกว่า ส่วนน้ำเกลือแพงกว่าและเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนสูงกว่ามาก ต้องระวังเป็นพิเศษ จริงๆ น้ำเกลือแบ่งเป็นcentralและperipheral ซึ่งcentral เสี่ยงติดเชื้อสูง
สายให้อาหารให้สารอาหารผ่านทางเดินอาหาร เสริมการทำงานลำไส้และสภาพจิตใจ วิธีที่ใช้บ่อยคือใส่สายหรือกินทางปาก ส่วนน้ำเกลือใช้สำหรับผู้ป่วยวิกฤต perioperative ให้กรดอะมิโน เกลือแร่ วิตามิน และอิเล็กโทรไลต์ เพื่อให้ได้สารอาหารโดยไม่ต้องกิน
แล้วควรเลือกอะไร?
สรุปคือ หมอเลือกวิธีที่ดีที่สุดตามอาการคนไข้ แต่ consensus ทั่วไปคือถ้าเป็นไปได้สายให้อาหารดีกว่า จากประสบการณ์นี้ ทำให้รู้ว่าแม้แต่การให้สารอาหารก็ซับซ้อนและสำคัญขนาดนี้ ถ้าเจอทางเลือกนี้ในโรงพยาบาล จำสิ่งที่เรียนวันนี้แล้วคุยกับหมอให้ละเอียด