เมื่อลูกน้อยเริ่มไอ หัวใจคุณแทบหยุดเต้น! คุณรีบคิดว่า 'ต้องหยุดอาการไอนี้' แล้วหยิบยามาให้ แต่ความจริงคือ การไอคือกลไกป้องกันตัวของลูกน้อย การหยุดไอเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดอันตรายมากขึ้น
การไอไม่ใช่ศัตรู
อาการไอของลูกเป็นปฏิกิริยาธรรมชาติเพื่อขับสิ่งแปลกปลอมหรือเสมหะส่วนเกินออกจากทางเดินหายใจ ช่วยให้ปอดและทางเดินหายใจสะอาด และป้องกันการติดเชื้อ ดังนั้นอาการไอเล็กน้อยอาจเป็นสัญญาณที่ดี เช่น เมื่อลูกไอขณะดูดนม นั่นคือร่างกายของเขากำลังปกป้องตัวเอง
เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์จริงๆ
แต่ถ้าอาการไอถี่ รุนแรง หรือมีเสมหะมาก หายใจลำบาก หรือมีไข้ อาจไม่ใช่แค่การป้องกันตัวอีกต่อไป นั่นคือเวลาที่ต้องใช้ยาและพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ โดยเฉพาะถ้าลูกอายุต่ำกว่า 3 เดือน ควรรีบพบแพทย์ทันที
เรื่องจริงของลูกฉัน: การให้ยาก่อนทำให้แย่ลง
เมื่อลูกคนแรกของฉันอายุประมาณ 1 ขวบ เขามีอาการไอเรื้อรังหลังจากเป็นหวัด ฉันซื้อน้ำเชื่อมแก้ไอจากร้านขายยา แต่ไม่กี่วันต่อมา อาการไอแย่ลงและเสียงหายใจผิดปกติ กลายเป็นปอดอักเสบระยะแรก หมอบอกว่า 'การหยุดไอแบบบังคับอาจทำให้การอักเสบสะสมในปอด' ตอนนี้ฉันใช้ยาแก้ไอเฉพาะที่มีใบสั่งแพทย์เท่านั้น
ตรวจสอบข้อเท็จจริง: อันตรายของยาแก้ไอ
สถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา (AAP) ไม่แนะนำยาแก้ไอที่ขายตามร้านขายยาสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี เพราะยังไม่พิสูจน์ว่ามีประสิทธิภาพและอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง ที่จริงแล้ว ยาแก้ไอสำหรับเด็ก 80% ทำงานได้ไม่ดีกว่ายาหลอก ให้ลองทำให้เสมหะบางลง ให้ลูกดื่มน้ำมากๆ หรือใช้เครื่องเพิ่มความชื้นแทน เพื่อนคนหนึ่งให้ยาปฏิชีวนะกับลูกเพื่อแก้ไอ แต่กลับกลายเป็นอาการแพ้ ยาปฏิชีวนะไม่ช่วยและทำลายแบคทีเรียดีในลำไส้
แล้วอะไรคือทางเลือกที่ฉลาด?
เมื่อลูกไอ อย่าตกใจ ก่อนอื่น สังเกตความถี่ เสียงไอ และอาการอื่นๆ ถ้าไม่มีไข้หรือหายใจลำบาก? ให้ลูกดื่มน้ำ พักผ่อน และรักษาความชื้นในอากาศที่ 50-60% ถ้าไม่แน่ใจ ให้พบกุมารแพทย์ จำไว้ว่า การไอคือสัญญาณ ไม่ใช่ศัตรู หาสาเหตุ อย่าพึ่งแต่ยา