เชื่อมั้ยคืนนั้นลูกชายวัย 8 เดือนของเราจู่ๆ ไข้ขึ้น 38.5°C พร้อมไอเสียงก้อง ฉันนั่งเสิร์ชหา "อาการปอดอักเสบในเด็ก" ทั้งคืนจนแทบบ้า แต่พอถึงโรงพยาบาล หมอฟังปอดแล้วบอกว่า "เป็นหลอดลมฝอยอักเสบ ไม่ใช่ปอดอักเสบ แต่ต้องเฝ้าระวังเดี๋ยวจะลุกลาม" วันนั้นแหละที่เข้าใจว่าการแชร์ข้อมูลตามอาการจริงและผลตรวจสำคัญขนาดไหน วันนี้จะมาสาระเรื่องโรคระบบหายใจในเด็กแบบเน้นๆ
ทำไมเราถึงกลัวปอดอักเสบกันหนัก?
ปอดอักเสบมันมาเร็ว แรง และลุกลามไว สามารถคุกคามสุขภาพและชีวิตของลูกน้อยได้ การสังเกตอาการแต่เนิ่นๆ จึงสำคัญมาก โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวและฝนที่อากาศเปลี่ยน ทำให้หวัดหรือหลอดลมอักเสบกลายเป็นปอดอักเสบได้ แต่อย่าเพิ่งตกใจ ไม่ใช่ทุกครั้งที่ลูกไอมีไข้จะใช่ปอดอักเสบ สถิติบอกว่าปอดอักเสบในเด็กทารกคิดเป็นแค่ 5-10% ของการติดเชื้อทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่เป็นหลอดลมฝอยอักเสบหรือหลอดลมอักเสบจากไวรัส แล้วทำไมพ่อแม่ถึงกลัว? ก็เพราะอาการคล้ายกันมากไง!
ปอดอักเสบ VS หลอดลมฝอยอักเสบ VS หลอดลมอักเสบ ต่างกันยังไง?
ทั้งสามโรคนี้มีไข้ ไอ และหอบร่วมด้วย และอาจได้ยินเสียงกรอบแกรบในปอด แต่ปอดอักเสบจะทำให้หายใจลำบากกว่า และเวลาใช้สเตธฟัง เสียงจะผิดปกติเฉพาะจุด จากประสบการณ์ของเรา เด็กที่เป็นปอดอักเสบมักมีอัตราการหายใจเกิน 60 ครั้งต่อนาที และมีอาการหอบจนเห็นซี่โครงบุ๋ม (Chest retractions) นอกจากนี้ถ้าไข้เกิน 3 วันหรือสูงกว่า 40°C ให้สงสัยปอดอักเสบไว้ก่อน ส่วนหลอดลมฝอยอักเสบจะมีเสียงวี๊ดๆ ส่วนหลอดลมอักเสบจะมีไอแห้งๆ แต่เพราะอาการคล้ายกันมาก การวินิจฉัยด้วยสเตธและเอ็กซเรย์จึงจำเป็นสุดๆ
เรื่องจริงที่เราเจอมา
ฤดูหนาวปีที่แล้ว ลูกคนที่สองของเรามีไข้ 39°C ไอแห้งๆ จำบทเรียนจากครั้งแรกได้ ตรงไปหาหมอเลย หมอฟังปอดและเอ็กซเรย์บอกว่า "เป็นหลอดลมฝอยอักเสบ แต่มีแนวโน้มเป็นปอดอักเสบ ให้ยาปฏิชีวนะก่อนเลย" โชคดีที่ไข้ลดใน 3 วัน ไอดีขึ้น แต่ลูกเพื่อนบ้านไข้ 40°C หอบแรง ไปโรงพยาบาลเป็นปอดอักเสบต้องนอนแอดมิด เห็นไหม? อาการคล้ายกันแต่ความรุนแรงและระยะเวลาต่างกัน นี่คือเหตุผลที่ต้องให้หมอเฉพาะทางวินิจฉัย โดยเฉพาะเด็กเล็กที่อาการของปอดอักเสบอาจจะไม่ชัด พ่อแม่ต้องสังเกตให้ดี บทเรียนของเราคือ "ถ้ารู้สึกผิดปกติ ไปหาหมอเลย"
5 สัญญาณที่ต้องเช็กถ้าสงสัยปอดอักเสบ
- อัตราการหายใจ: เกิน 60 ครั้ง/นาที (ในเด็กเล็ก ขึ้นอยู่กับอาการ)
- ปีกจมูกบาน: ร่างกายพยายามหายใจให้มากขึ้น
- อกบุ๋ม: ช่วงใต้กระดูกหน้าอกบุ๋มลง
- ตัวเขียว: ริมฝีปากหรือปลายมือปลายเท้าเป็นสีม่วง
- กินนมลำบาก: ดูดนมไม่อยู่ หรือร้องกวนเวลาดูด
ถ้าลูกมีแค่ข้อใดข้อหนึ่ง นี่คือสัญญาณเตือนของปอดอักเสบ ต้องพาไปหาหมอหรือห้องฉุกเฉินทันที โดยเฉพาะเด็กต่ำกว่า 3 เดือนที่ภูมิคุ้มกันยังอ่อน อาการอาจไม่ชัด ต้องสังเกตให้ดีมากๆ เราแปะเช็กลิสต์นี้ไว้ที่ข้างเตียงลูกเลย
การวินิจฉัย: สเตธและเอ็กซเรย์คือคำตอบ
หมอจะฟังปอดด้วยสเตธ ถ้าสงสัยปอดอักเสบจะส่งเอ็กซเรย์ทรวงอก เจาะเลือดดูค่าอักเสบเพิ่ม แต่เพื่อไม่ให้ใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น ถ้าเป็นไวรัส หมอจะไม่สั่งยา จากประสบการณ์ ถ้าพ่อแม่กังวลมาก หมอบางคนอาจสั่งยาฆ่าเชื้อเผื่อไว้ แต่เราควรยืนยันให้มั่นใจว่าใช้ยาตอนจำเป็นจริงๆ หลานเราคนนึงได้รับการรักษาปอดอักเสบด้วยยาฆ่าเชื้อ และมีเคสหนึ่งที่คลินิกวินิจฉัยผิดทำให้เสียยาไปเปล่าๆ ดังนั้นเชื่อหมอเฉพาะทางเถอะ
การป้องกันและการดูแล: วัคซีนและสุขอนามัย
วิธีป้องกันปอดอักเสบที่ดีที่สุดคือวัคซีนนิวโมคอคคัส ในไทยเป็นวัคซีนพื้นฐานที่ลูกต้องได้ตามกำหนด อย่าลืมพาไปรับนะ นอกจากนี้ดูแลสุขอนามัยพื้นฐาน: ล้างมือ ปิดปากเวลาไอจาม ระบายอากาศในบ้าน และคนเลี้ยงดูต้องไม่ป่วยเองด้วย การให้นมแม่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เมื่อลูกไม่สบาย ให้จิบน้ำบ่อยๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในห้องช่วยลดไอ เราให้ลูกกินโปรไบโอติกส์เป็นประจำเพื่อสุขภาพลำไส้ ก็ช่วยให้ลูกไม่ค่อยป่วย
ส่งท้าย: สังเกตไว ไปหมอไว ช่วยชีวิตได้
อย่าตื่นตระหนกทุกครั้งที่ลูกไอหรือมีไข้ แต่อย่าชะล่าใจ ใช้เทคนิคที่เราแชร์ สังเกตความผิดปกติของลูก และปรึกษาหมอเมื่อสงสัย ความใส่ใจของคุณคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด หวังว่าบทความนี้จะช่วยลดความวิตกกังวลที่ไม่จำเป็น และให้กำลังใจคุณเมื่อถึงเวลาต้องลงมือทำจริง