ถ้าลูกคุณสายตาแย่ลงกระทันหัน คิดแค่ว่าเป็นสายตาสั้นก็อาจจะพลาด! เพราะมันอาจเป็น 'ตาขี้เกียจ' (amblyopia) ที่ถ้าปล่อยไว้จะเสียสายตาถาวร ยิ่งรู้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะพอสายเกินไปก็แก้ยาก วันนี้เราจะมาเจาะลึก 4 สาเหตุหลักของตาขี้เกียจแบบไม่ต้องกลัวศัพท์ยาก
1. Refractive Amblyopia: กับดักของตาเบลอข้างเดียว
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ 'refractive amblyopia' เกิดจากความต่างของสายตาสองข้างมากๆ เช่น ข้างหนึ่งเห็น 20/20 อีกข้างแค่ 20/60 สมองก็จะเลือกใช้ตาที่ชัดเจน และทิ้งตาที่อ่อนแอ ทำให้เกิดตาขี้เกียจ ลูกเพื่อนคนหนึ่งบ่นว่าตาพร่ามัว ปรากฏว่าตาข้างหนึ่ง 20/30 อีกข้าง 20/200 ได้แว่นและปิดตา แต่เพราะตรวจเจอช้า กว่าจะหายก็ใช้เวลาเป็นปี การตรวจพบเร็วคือทุกอย่าง
2. Strabismic Amblyopia: เมื่อตาเหล่ สายตาก็พลอยเหล่ตาม
สาเหตุที่สองคือ 'ตาเหล่' (strabismus) เกิดจากอุบัติเหตุหรือแต่กำเนิด เมื่อสองตาไม่ได้มองจุดเดียวกัน สมองจะสับสนและกดการมองเห็นของตาข้างหนึ่ง ลูกเพื่อนอีกคนตอนเด็กๆ ตาดูเหมือนขี้เกียจน่ารักดี พอถึงประถมตรวจสายตาถึงรู้ว่าเป็นตาขี้เกียจ ตาเหล่สามารถแก้ได้ด้วยการผ่าตัดหรือแว่นถ้าจับได้เร็ว แต่ถ้าช้าไปก็รักษายาก
3. Deprivation Amblyopia: สิ่งกีดขวางที่ขโมยแสง
สาเหตุที่สามคือ 'deprivation amblyopia' เกิดจากสิ่งกีดขวางแสงเข้าตา เช่น ต้อกระจกแต่กำเนิด หรือหนังตาตก (ptosis) ถ้าแสงไม่ตกจอตา การมองเห็นก็พัฒนาไม่ได้ เด็กทารกคนหนึ่งผ่าตัดต้อกระจกช้าเกินไป สุดท้ายเป็นตาขี้เกียจถาวร อีกคนหนังตาตกตั้งแต่เกิด ผ่าตัดตอน 3 ขวบ แต่ตาขี้เกียจมาแล้ว ตาข้างนั้นยังมองไม่เกิน 20/100
4. Congenital Factors: ความเสียหายก่อนเกิดที่อยู่กับลูกตลอดชีวิต
สุดท้ายคือปัจจัยแต่กำเนิด ระหว่างตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ การติดเชื้อ หรือยาอาจทำลายตาลูก เช่น หัดเยอรมันระหว่างตั้งครรภ์ทำให้เส้นประสาทตาพัฒนาผิดปกติ เด็กพวกนี้มักเป็นตาขี้เกียจตั้งแต่เกิด และรักษายากมาก เคยได้ยินว่าตาขี้เกียจจากสาเหตุนี้คิดเป็น 10-20% ของทั้งหมด
ถ้าจับได้เร็ว ตาขี้เกียจกว่า 80% รักษาได้ แต่พออายุเกิน 9 ขวบ โอกาสหายลดลงฮวบ ดังนั้นพาลูกตรวจสายตาตั้งแต่แรกเกิด ถ้าเห็นอะไรผิดปกติรีบไปหาจักษุแพทย์ทันที สายตาลูกคุณ อย่ามองข้ามเด็ดขาด เดี๋ยวจะเสียใจ