ตีสามแล้วรีบลุกไปห้องน้ำทั้งที่เต็มเหมือนจะแตกแต่ก็ไม่ได้ฉี่เยอะ แถมตื่นมาก็นอนไม่หลับ เจอแบบนี้ซ้ำๆ ทุกหน้าหนาว ใช่แค่ดื่มน้ำเยอะไหม? ไม่ใช่เลย! ถ้าเป็นต่อมลูกหมากอักเสบ อากาศหนาวมันทำให้เลือดในเชิงกรานไหลเวียนไม่ดี และไปกระตุ้นอาการปวดและปัสสาวะติดขัด อย่ามองข้ามว่าเป็นเรื่องชั่วคราว เพราะอาการกำเริบในหน้าหนาวมันเห็นชัดมาก
ต่อมลูกหมากเป็นต่อมขนาดเท่าลูกวอลนัท อยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะและโอบรอบท่อปัสสาวะ พออักเสบจะทำให้ปัสสาวะรู้สึกหนัก รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย และสายปัสสาวะอ่อนแรง พอเจออากาศหนาวเข้าไปอีก อาการก็ยิ่งกำเริบหนักขึ้น อย่างที่คิดไว้เลย
เหตุผลทางคลินิกที่หนาวทำให้ต่อมลูกหมากอักเสบแย่ลง
ต่อมลูกหมากอักเสบไม่ได้เว้นฤดู ในพื้นที่หนาวๆ ทางเหนือ บ้านเรือนมีเครื่องทำความร้อนทำให้อุ่น แต่พอผู้ป่วยออกไปข้างนอก แล้วกลับเข้ามาโดนลมหนาวปะทะ อาการก็จะกำเริบทันที เมื่อร่างกายโดนความเย็น เลือดบริเวณรอบนอกจะหดตัวเพื่อกันความร้อน เลือดที่ไปเลี้ยงต่อมลูกหมากก็แคบลง ทำให้ของเสียอักเสบที่สะสมอยู่ระบายไม่ออก และกล้ามเนื้อเชิงกรานก็เกร็งตัวแข็งเพื่อป้องกันตัวเอง ผลลัพธ์ที่ได้คือ พอกระเพาะปัสสาวะบีบตัวเพื่อปัสสาวะ ท่อปัสสาวะตีบแคบลง ทำให้รู้สึกมีปัสสาวะค้างและสายปัสสาวะอ่อนแรงมากขึ้น
ในทางกลับกัน หน้าร้อนร่างกายระบายความร้อนด้วยเหงื่อ และหลอดเลือดขยายตัว ทำให้การไหลเวียนเลือดรอบต่อมลูกหมากดีขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผู้ป่วยบอกว่าอาการน้อยลงในฤดูร้อน แต่ที่จริงแค่จำนวนคนที่มารพ.น้อยลงเท่านั้น เพราะอาการเบาลง ไม่ได้หายไป ยังมีเครื่องปรับอากาศ เครื่องดื่มเย็นๆ และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงตอนเข้าออกห้องอีก
แพทเทิร์นที่ผมเห็นในผู้ป่วยที่กำเริบหน้าหนาว
เวลาเจอผู้ป่วยต่อมลูกหมากอักเสบช่วงหน้าหนาว ผมสังเกตเห็นจุดร่วมคือ แต่งตัวกันหนาแค่ท่อนบน แต่ไม่ค่อยรักษาความอบอุ่นท่อนล่าง ใส่แค่กางเกงบางๆ เช่น คุณเค หนุ่มวัยกลางคนที่ปวดฝีเย็บเรื้อรังทุกหน้าหนาว แม้จะกินยาปฏิชีวนะก็ไม่หาย เส้นทางไปทำงานไม่ไกล ไม่ค่อยเดินข้างนอก แต่ต้องยืนรอรถเมล์ที่ป้ายในลมหนาวนานกว่า 15 นาทีก่อนจะนั่งแท็กซี่ได้ ความเย็นแค่ช่วงสั้นๆ ทำให้หลอดเลือดเล็กๆ หดตัวเป็นชั่วโมงๆ เพราะฉะนั้นต่อให้ยาปฏิชีวนะถูกดูดซึมในกระเพาะก็ไปไม่ถึงต่อมลูกหมาก
ผมแนะนำให้เขานั่งแช่น้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียสก่อนนอน 10 นาที และยืดกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอีก 5 นาทีทุกเช้า ผ่านไปสองอาทิตย์ เขาบอกว่าการลุกไปฉี่ตอนกลางคืนและความรู้สึกปัสสาวะค้างลดลงเกือบครึ่ง แน่นอนว่าการกินยาปฏิชีวนะยังจำเป็นมากถ้าอาการอักเสบรุนแรง แต่เคสนี้พิสูจน์ว่าแม้แต่ยาปฏิชีวนะที่ดีที่สุดก็ออกฤทธิ์ไม่ได้ถ้าเลือดไปเลี้ยงหดตัวเพราะความเย็น
3 กิจวัตรหน้าหนาว ที่ช่วยให้ต่อมลูกหมากยังไหว
1. วอร์มหน้าท้องส่วนล่างและก้นก่อน
ต่อมลูกหมากอยู่ลึกในเชิงกราน แค่กางเกงหนาๆ หรือเสื้อโค้ทกันหนาวไม่พอ ควรใส่กางเกงในแบบระบายความร้อนด้วย และถึงแม้จะอยู่ในบ้าน ควรห่มผ้าบางๆ ตั้งแต่หัวเข่าจนถึงหน้าท้องส่วนล่าง จะเห็นผลชัดเจน
2. นั่งแช่น้ำอุ่น วันละ 10 นาที ทำเป็นประจำ
การนั่งแช่น้ำอุ่นช่วยให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานผ่อนคลาย หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงต่อมลูกหมากขยายตัว และช่วยขับสารอักเสบออกไป อุณหภูมิน้ำที่พอเหมาะคือ 38–40 องศาเซลเซียส ลงอ่างให้น้ำท่วมหน้าท้องส่วนล่างและฝีเย็บ แล้วนั่งหายใจช้าๆ ถ้าอาการปวดเฉียบพลันมาก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อไม่ให้การอักเสบยิ่งแย่
3. อย่าอั้นปัสสาวะ และผ่อนคลายเวลาปัสสาวะ
การอั้นปัสสาวะทำให้ความดันในกระเพาะปัสสาวะสูง และอาจทำให้ปัสสาวะไหลย้อนเข้าต่อมลูกหมากได้ หน้าหนาวกล้ามเนื้อจะแข็ง การเบ่งปัสสาวะจะยิ่งทำให้ต่อมลูกหมากระคายเคือง เมื่อนั่งบนโถให้ผ่อนคลายไหล่และกราม แล้วปล่อยให้สายไหลเป็นธรรมชาติ
จุดเช็กตัวเองช่วงหน้าหนาว
ถ้าเข้าข่าย 2 ข้อขึ้นไปนี้ ให้สงสัยว่าต่อมลูกหมากอักเสบและไปพบแพทย์ด้านระบบปัสสาวะโดยเร็วคือ หนึ่ง ตื่นมาฉี่กลางดึกบ่อย ๆ ในช่วงเดือนที่ผ่านมา สอง หลังปัสสาวะแล้วรู้สึกเหมือนยังมีเศษฉี่ค้างอยู่ สาม มีอาการปวดหน่วง ๆ บริเวณฝีเย็บ ลูกอัณฑะ หรือหน้าท้องส่วนล่างกลับมาเป็นซ้ำในหน้าหนาว สี่ ปัสสาวะแล้วแสบหรือร้อน หากมีไข้ หนาวสั่น หรืออ่อนเพลียร่วมด้วย อาจกลายเป็นต่อมลูกหมากอักเสบเฉียบพลันจากแบคทีเรีย ควรรีบตรวจเร็ว
ทำไมการดูแลต่อมลูกหมากในหน้าหนาวถึงสำคัญ
ถ้าปล่อยต่อมลูกหมากอักเสบไว้ ไม่ใช่แค่ปัสสาวะลำบากธรรมดา แต่จะลุกลามเป็นอาการปวดเชิงกรานเรื้อรัง และการดึงความสบายตั้งแต่หน้าหนาวไปจนถึงหน้าร้อนก็ไม่ดีเลย การไหลเวียนเลือดของต่อมลูกหมากไวต่ออุณหภูมิมาก ดังนั้นการดูแลในหน้าหนาวควรเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ ตลอดทั้งปี รักษาหน้าท้องส่วนล่างให้อบอุ่น อย่าอั้นปัสสาวะ และแช่น้ำอุ่นเป็นประจำ ทำสามอย่างนี้ติดต่อกันทั้งฤดูหนาว แล้วสัญญาณปวดจากต่อมลูกหมากจะค่อย ๆ หายไปแน่นอน