เคยรู้สึกไหมว่าหัวใจเต้นตุบๆ แรงๆ จนคิดว่า 'นี่ฉันจะเป็นโรคหัวใจเหรอ?' มาดูสาเหตุของอาการใจสั่นแบบตรงไปตรงมากันดีกว่า ตั้งแต่ความเครียดธรรมดาไปจนถึงโรคที่ต้องระวัง ฟังเสียงหัวใจของคุณให้ดี มันกำลังบอกอะไรอยู่
ทำไมหัวใจถึงเต้นแรง?
อาการใจสั่นแบ่งได้เป็น 'สาเหตุทางสรีรวิทยา' และ 'สาเหตุทางพยาธิวิทยา' สาเหตุทางสรีรวิทยาคือปฏิกิริยาชั่วคราวของร่างกาย ส่วนสาเหตุทางพยาธิวิทยาอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพจริงๆ เริ่มจากสาเหตุทางสรีรวิทยากันก่อน
ใจสั่นจากสาเหตุทางสรีรวิทยา: สัญญาณ SOS ชั่วคราวจากร่างกาย
เวลาออกกำลังกายหนักๆ หัวใจก็เต้นเร็วขึ้นอยู่แล้วใช่มั้ย? ร่างกายต้องการออกซิเจนมากขึ้น แต่ถ้าหัวใจเต้นแรงโดยไม่ออกกำลังกายล่ะ? ต้องหาสาเหตุให้ลึกขึ้น เช่น หลังดื่มแอลกอฮอล์หรือชาเข้มข้น (คาเฟอีน) การนอนไม่หลับอาจกระตุ้นให้ใจสั่นได้ คาเฟอีนกระตุ้นระบบประสาทและเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ตัวฉันเองเคยดื่มกาแฟมากเกินไปก่อนสอบ นอนไม่หลับ แล้วรู้สึกเหมือนหัวใจจะระเบิด ฉันคิดว่า 'ฉันจะตายเหรอ?' ปรากฏว่าแค่คาเฟอีนมากเกินไปเท่านั้นเอง กรณีแบบนี้มักจะหายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป
ใจสั่นจากสาเหตุทางพยาธิวิทยา: สัญญาณอันตรายจากโรค
ทีนี้มาดูเรื่องจริงจัง—สาเหตุทางพยาธิวิทยา ถ้าอาการใจสั่นเกิดบ่อยหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย (เช่น เวียนหัว หายใจไม่อิ่ม) ให้ไปหาหมอโดยเร็ว สาเหตุทั่วไปคือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งการเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมอ—บางครั้งเร็ว (หัวใจเต้นเร็ว) บางครั้งช้า โรคโลหิตจางก็ทำให้ใจสั่นได้เช่นกัน เมื่อฮีโมโกลบินต่ำ การขนส่งออกซิเจนมีปัญหา หัวใจจึงทำงานหนักขึ้น โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ที่มีฮอร์โมนไทรอยด์เกิน ทำให้การเผาผลาญเร็วขึ้นและอาจทำให้หัวใจเต้นแรง โรคปอด เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง อาจทำให้ใจสั่นร่วมกับปัญหาการหายใจ และที่ต้องระวังมากคือโรคหัวใจต่างๆ โรคหลอดเลือดหัวใจ (โรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจวาย) โรคกล้ามเนื้อหัวใจ และโรคหัวใจรูมาติก ล้วนทำให้ใจสั่นได้ เพื่อนของฉันมักรู้สึกใจสั่นและต่อมาพบว่ามีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย—โชคดีที่ตอนนี้ควบคุมได้ด้วยยา สาเหตุทางพยาธิวิทยาอาจเสี่ยงถ้าไม่สนใจ ดังนั้นถ้าอาการยังคงอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
จัดการกับอาการใจสั่นยังไงดี!
สำหรับสาเหตุทางสรีรวิทยา ปรับไลฟ์สไตล์: ลดคาเฟอีน จำกัดแอลกอฮอล์ พักผ่อนให้เพียงพอ การจัดการความเคร็นสำคัญมาก—ลองหายใจลึกๆ หรือนั่งสมาธิ ถ้าสงสัยว่ามีสาเหตุทางพยาธิวิทยา ให้รีบไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจ เช่น ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือตรวจเลือด การบันทึกเวลาที่เกิดอาการใจสั่นและลักษณะอาการช่วยในการวินิจฉัยได้มาก สรุปคืออาการใจสั่นไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคหัวใจเสมอไป แต่ก็อย่าปล่อยผ่าน—การหาสาเหตุคือขั้นตอนแรกเพื่อสุขภาพที่ดี ใช้ข้อมูลวันนี้เพื่อฟังสัญญาณจากหัวใจของคุณ